English Thai

นาย วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดรถยนต์ในปี 2555 เป็น 2.4 หมื่นคัน จากเดิม 1.5 หมื่นคัน แบ่งเป็น ซูซูกิ สวิฟท์ 1.7 หมื่นคัน ที่เหลือเป็นรถซูซูกิรุ่นอื่นๆ ซึ่งการปรับเพิ่มศักยภาพสายการผลิตของโรงงานโดยผลิตที่ปีละ 2.4 หมื่นคันนั้น ทำให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดจองของซูซูกิ สวิฟท์ ซึ่งเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ที่ลูกค้าให้ความสนใจอย่างมาก

นายวัลลภกล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมียอดค้างส่งมอบ (แบ๊กออเดอร์) ซูซูกิ สวิฟท์ อีโคคาร์ 1.7 หมื่นคัน คาดว่าจะส่งมอบทั้งหมดได้ภายในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 แน่นอน โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว ซูซูกิ สวิฟท์ อีโคคาร์ รุ่นเกียร์ธรรมดา จำนวน 2 รุ่น กำหนดราคาขาย 4.29-4.67 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หากลูกค้าจอง ซูซูกิ สวิฟท์ รุ่น เกียร์ออโตที่สั่งจองซื้อรถยนต์ไว้ แต่ยังไม่ได้รับรถแล้ว ต้องการเปลี่ยนเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดาก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งบริษัทได้เตรียมสวิฟท์เกียร์ธรรมดาไว้ 600 คัน พร้อมส่งมอบทันที โดยเงื่อนไขดังกล่าวจะมีไปถึงวันที่ 14 สิงหาคมนี้

"บริษัทตั้งเป้า หมายที่จะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ได้ตามเป้าหมายในปีนี้ 70 แห่ง และให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศภายใน 3 ปี โดยเฉลี่ยจะต้องมีโชว์รูมจังหวัดละ 1 แห่ง" นายวัลลภกล่าว และว่า การที่รัฐบาลมีความชัดเจนในนโยบายโครงการรถคันแรก ทำให้ค่ายรถยนต์สามารถวางแผนการบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ ซูซูกิ สวิฟท์ อีโคคาร์ที่ประชาชนให้การตอบรับดีมาก โดยได้ตั้งเป้าหมายการผลิตปีหน้าเป็น 5 หมื่นคัน และครองส่วนแบ่งการตลาดรถเล็ก 5% ภายในปี 2558